New
New
New
N

history

ประวัติ  
           ในปี พ.ศ. 2525 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้จัดตั้งโครงการดำเนินงานวิจัยและฝึกอบรมเกี่ยวกับพืชผักในระดับนานาชาติขึ้นโดยใช้ชื่อว่า โครงการพัฒนาพืชผักสู่ชนบท (Thailand Outreach Program : TOP) ซึ่งโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจาก 3 ฝ่ายคือ รัฐบาลไทย ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) และศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเชีย (Asian Vegetable Research and Development Center หรือ AVRDC) ประเทศไต้หวัน ในส่วนรัฐบาลไทยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นตัวแทนของประเทศ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลไทยเป็นค่าสมาชิกและใช้ในการดำเนินงาน ส่วน AVRDC และ ADB ได้ให้ความช่วยเหลือด้านผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการ พันธุ์ผัก เทคโนโลยีการผลิตและครุภัณฑ์ที่จำเป็น ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมระดับภูมิภาคเอเชีย ดำเนินการวิจัย พัฒนาพันธุ์พืชผัก และวิธีการเขตกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ประเทศเขตร้อน ต่อมามีการขยายขอบเขตงานวิจัยในระดับนานาชาติ และการฝึกอบรมระดับภูมิภาคเอเชียเพิ่มมากขึ้น และเพื่อให้สะดวกในการประสานงานวิจัยระหว่างนักวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ 

 

 

       ในส่วนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เล็งเห็นว่าควรมีหน่วยงานถาวรดำเนินงานวิจัยและประสานงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเชตร้อน จึงได้รับการอนุมัติจัดตั้งขึ้นในปี2532 ภายใต้สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนด้านศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเชีย (AVRDC) ได้มีการปรับเปลี่ยนจากโครงการเดิมเป็นศูนย์ภูมิภาคเอเชีย (Asian Regional Center/AVRDC) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน ห้องปฏิบัติการ และห้องเย็นเก็บรักษาพันธุกรรมพืชผัก จากรัฐสวิสเซอร์แลนด์ ทั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานทั้งสองดำเนินงานร่วมกันเป็นศูนย์กลางอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานวิจัยพันธุ์พืชผัก ระบบการผลิตที่เหมาะสม เก็บรวบรวมและรักษาพันธุกรรมพืชผัก รวมทั้งการฝึกอบรมการวิจัยและผลิตผักแก่นานาประเทศในภูมิภาคเอเชีย   
   
วิสัยทัศน์   
        หน่วยเชื้อพันธุกรรมพืชผักเขตร้อน ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน เป็นศูนย์กลางรวบรวมเชื้อพันธุกรรมพืชผักเขตร้อน สนับสนุนการวิจัย พัฒนาพันธุ์ และเทคโนโลยีการผลิตพืชผักของประเทศไทย   
   
 พันธกิจ  

1.ประสานกับศูนย์ภูมิภาคเอเชียในด้านการแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์เชื้อพันธุกรรมระดับนานาชาติ

2.รวบรวมเชื้อพันธุกรรมพืชผักชนิดต่าง ๆ พร้อมทั้งจำแนกลักษณะประจำพันธุ์ บันทึกลักษณะลงในฐานข้อมูลเพื่อสะดวกในการสืบค้น ขยายพันธุ์และเก็บรักษาในรูปเมล็ดพันธุ์ และต้นพืชในแปลงรวมพันธุ์

3.ประเมินศักยภาพของสายพันธุ์ผักชนิกต่าง ๆ สำหรับใช้ประโยชน์ด้านการปรับปรุงพันธุ์

4.สนับสนุนเชื้อพันธุกรรมพืชผักในด้านการวิจัยและพัฒนาให้แก่ภาครัฐและเอกชน

5.ถ่ายทอดความรูปด้านเชื้อพันธุกรรมพืชผัก ในรูปแบบการจัดฝึกอบรม เยี่ยมชมศูนย์ฯ วิทยากรพิเศษ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน